เกี่ยวกับเรา
16537
page-template-default,page,page-id-16537,paged-2,page-paged-2,bridge-core-2.1.7,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-title-hidden,qode_grid_1300,footer_responsive_adv,qode-child-theme-ver-1.0.0,qode-theme-ver-20.4,qode-theme-bridge,qode_header_in_grid,wpb-js-composer js-comp-ver-6.1,vc_responsive

รางวัลที่ได้รับ

สสย.และเครือข่ายได้รับรางวัลองค์กรที่ทำงานส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อจากยูเนสโก

สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) และเครือข่ายได้รับรางวัล Media and Information Literacy and Intercultural Dialogue จาก UNESCO, GAPMIL และ UNAOC ซึ่งเป็นรางวัลที่สนุบสนุนองค์กรที่ส่งเสริมงานเท่าทันสื่อ และสามารถบูรณาการประเด็นดังกล่าวสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายรวมไปถึงด้านอื่นๆในสังคม ซึ่งสสย.เป็นองค์กร 1 ใน 3 ประเทศที่ได้รับรางวัล จาก 70 กว่ารายชื่อที่เสนอผลงานเข้ารับการ โดยมีดร.เฉลิมชัย พันธ์เลิศ ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัลดังกล่าว ในงาน Global MIL Week 2016 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 ณ ประเทศบราซิล

ดร. เฉลิมชัย พันธ์เลิศ กรรมการมูลนิธิฯซึ่งเป็นผู้บทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อฯ เข้าสู่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยดร.เฉลิมชัยได้เป็นตัวแทนในการรับมอบรางวัลในครั้งนี้กล่าวว่า ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารท่วมท้น มีหลากหลายช่องทาง มีข้อเท็จและข้อจริง ทั้งมีสาระและเป็นพิษปะปนกัน ชุดความรู้ที่ต้องติดตั้งแบบการฉีดวัคซีนที่ชื่อ “การรู้เท่าทันสื่อ(Media literacy)”ผ่านการให้การศึกษาสำหรับให้มีความแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญกับสังคมอันซับซ้อนนั้นได้ สำหรับประเทศไทยแล้ว มีความก้าวหน้าเรื่องการพัฒนาพลเมืองให้มีการรู้เท่าทันสื่อไปมากทีเดียวเมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศ โดยมองในแง่ของคุณภาพของชุดความรู้ ทั้งนี้อาจต้องให้เวลากับสังคมโดยรวมค่อยๆเรียนรู้เรื่องนี้กันไป และขยายออกไปในวงกว้างในแง่ปริมาณให้มากขึ้น

การทำงานในก้าวต่อไปคือสร้างพลังให้ทุกคนทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม และมาเรียนรู้ร่วมกัน ให้รู้สึกว่าประเด็นการรู้เท่าทันสื่อเป็นเรื่องของเราทุกคน ปัญหาและทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นนั้น เป็นปัญหาร่วมที่ทุกคนต้องมาร่วมกันแก้ไขและแสวงหาแนวทางพัฒนาร่วมกันไป และแน่นอนที่อาจต้องมี “เจ้าภาพหลัก” ในฐานะเป็นที่รวมชุดความรู้และเป็นที่ภาคีเครือข่ายได้มาแบ่งปันประสบการณ์กัน โจทย์ที่คิดว่าจะท้าทายมากๆคือ การทำให้ความรู้ด้านการรู้เท่าทันสื่อเชื่อมประสานเข้าสู่ระบบการทำงานปกติของทุกองค์กร ทุกภาคส่วนให้ได้ โดยอาจไม่ต้องนิยามหรือพูดออกมาว่าการรู้เท่าทันสื่อคืออะไรก็ได้ แต่เป็นความสามารถที่จะดำเนินชีวิตทั้งส่วนตัวและส่วนรวมในโลกของสื่อหลอมรวมและหลากหลายได้อย่างมีสติ และรู้เท่าทัน

“ผมอยากเห็นสังคมได้มองทั้งความสำเร็จและปัญหาที่เผชิญอยู่เป็นเวทีของการเรียนรู้ที่ร่วมกันเผชิญและแก้ไขปัญหาร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ ให้เวลาและกระบวนการเรียนรู้ได้ทำงานอย่างเต็มที่ แต่มีเป้าหมายในการทำงาน ชื่นชมความสำเร็จเล็กๆในแต่ละก้าวร่วมกันไป”

ด้าน ผศ. อรรถพล อนันตวรสกุล ซึ่งเป็นตัวแทนอีกท่านที่เข้าร่วมรับรางวัลฯ โดยเป็นผู้บทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อฯ เข้าไปสู่คณะครุศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ในสถาบันต่างๆ เพื่อใช้เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนบุคลากรครู ได้กล่าวว่า จากการเข้าร่วมการประชุมและได้เป็นตัวแทนรับรางวัลในงาน MIL Week 2016 ชวนให้เห็นความตื่นตัวของครู นักการศึกษา นักวิชาการ และคนทำงานภาคประชาสังคม จากทุกภูมิภาคทั่วโลกในการขับเคลื่อนวาระการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ เพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และพลเมือง โดยมีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับประเด็นด้านสุขภาวะ ความเป็นธรรมทางสังคม สันติภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยึดโยงกับโรงเรียน/มหาวิทยาลัย การเรียนรู้ในมิติชุมชน การฝึกอบรม และการเรียนรู้ตามอัธยาศัยผ่านแหล่งเรียนรู้และสื่อมวลชน

“ผมมองว่าการรู้เท่าทันสื่อฯ นั้นเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาการศึกษาในเชิงบูรณาการ และเสริมพลังพลเมืองให้เข้าถึงข้อมูล เท่าทันและเลือกใช้ข้อมูล ตลอดจนเชื่อมโยงกับทักษะด้านดิจิทัลเพื่อใช้เป็นช่องทางในการผลิตสื่อ และสื่อสารเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับสังคม ไม่ใช่เพียงเรื่องระดับปัจเจกบุคคลที่เป็นฝ่ายตั้งรับสารสนเทศที่มากับสื่อ แต่พลิกบทบาทให้ผู้รับสื่อเป็นผู้ที่ใช้ประโยชน์จากสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลในการทำหน้าที่พลเมืองอย่างเข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นโจทย์และความท้าทายใหม่ๆ ที่งานด้านการรู้เท่าทันสื่อฯของไทยที่ขยายขอบเขตการทำงานและบูรณาการกับนวัตกรรมทางการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อยกระดับคุณภาพสังคม”

การเข้าร่วมประชุมและได้รับรางวัลในในครั้งนี้ นับเป็นประโยชน์อย่างมากในการขยายความรู้และเชื่อมเครือข่ายการทำการทำงานระหว่างประเทศในเรื่องการรู้เท่าทันสื่อฯ ซึ่งสามารถนำประสบการณ์ดังกล่าวมาขยายผลให้กับในระดับเครือข่ายการทำงาน และในระดับนโยบายเพื่อขับเคลื่อนงานทันสื่อในประเทศไทยให้เกิดขยายเป็นวงกว้างสู่สังคมทุกภาคส่วนต่อไป