• Admin
  • 01 / 03 / 17
  • อ่านแล้ว 193 ครั้ง

10ค่านิยม"เด็กไทย"ยุคดิจิทัลแนะส่งเสียงเหตุผลกลบอคติ

วงเสวนา "ดิจิไทยในยุคดิจิทัล" ชี้คนยุคใหม่ใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย 3-5 ชั่วโมงต่อวัน "ดร.เสรี" เปิด "10 ค่านิยม-4 ลักษณะ" เด็กไทยหัวใจดิจิทัล "เทพชัย" เตือนภูมิทัศน์ของสื่อเปลี่ยนขนานใหญ่ ข่าวไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่สื่อกระแสหลัก แนะช่วยกันสร้างเสียงของเหตุผลกลบเสียงอคติ สร้างความแตกแยก

นักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์และนวัตกรรม คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จัดเสวนาวิชาการเรื่อง "ดิจิไทยในยุคดิจิทัล" โดยมี รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านความมั่นคงจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการ อำนวยการเครือเนชั่น ร่วมแสดงทัศนะ

รศ.ดร.เสรี กล่าวว่า จากผลการสำรวจโดยต่างประเทศที่ใช้หลักการ 3 ด้าน คือ สังคมวิทยา เทคโนโลยีสารสนเทศ และการตลาด เมื่อนำมาสำรวจในประเทศไทยพบว่า คนไทยในยุคดิจิทัลใช้เวลากว่า 5.07 ชั่วโมงต่อวันในการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์, 24% ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน และใช้เวลา 3.04 ชั่วโมงต่อวันในการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งคิดเป็นจำนวนไม่น้อยเลย

ในขณะที่การใช้โซเชียลมีเดีย จะพบว่าคนไทยใช้โซเชียลมีเดียกว่า 25 % ใช้เวลากว่า 3.37 ชั่วโมงต่อวันในการเล่นโซเชียลมีเดีย และมีการใช้โซเชียลมีเดียผ่านสมาร์ทโฟนกว่า 50 % ซึ่งก็แปลว่าทุกคนไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟนในการโทรออกหรือรับสายอย่างเดียว

จากผลสำรวจดังกล่าว ส่งผลให้ค่านิยมของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัลเปลี่ยนไป คือ 1.เด็กยุคนี้พ่อแม่ยังคงต้องดูแลอย่างตลอด ไม่มีความเข้มแข็ง 2.มองเพื่อนในโลกเสมือนจริงว่าเป็นครอบครัวมากกว่าครอบครัวจริงๆ บอกอะไรก็เชื่อ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไป 3.ต้องรู้ทุกเรื่องที่เกินขึ้นในโลกของอินเทอร์เน็ต ถ้าไม่รู้จะรู้สึกอับอายขายหน้า

4.อยากทำอะไรก็ต้องทำโดยผ่านการใช้อินเทอร์เน็ต 5.มีความเป็นปัจเจกบุคคลสูงมาก 6.ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ขาดสมาร์ทโฟนไม่ได้ 7.ใครที่เก่งเทคโนโลยีจะถูกมองว่าเป็นฮีโร่ เด็กสมัยนี้จึงมักจะอวดคนอื่นว่าใช้แอพพลิเคชั่นได้ดีกว่าคนอื่น 8.ยุคผู้ชายสวย มีการใช้เครื่องสำอาง อาหารเสริมที่มากขึ้น 9.ชอบเที่ยวแบบราคาถูก 10.พึ่งเสิร์ช เอนจิน ตลอดเวลา อยากรู้อะไรก็ไปค้นเอา เหมือนมีครูอยู่ใกล้ๆ

4 ลักษณะเด็กยุคดิจิทัล

"ชีวิตไม่ยึดติดอยู่กับที่ ทุกคนต้องทำอะไรด้วยตัวเองได้ มีภาพเสมือนตลอดเวลา ทำได้ทุกเรื่อง นี่คือ 4 ลักษณะของยุคดิจิทัล มีอาจารย์บางคน เด็กทำรายงานแล้วค้นผ่านอินเทอร์เน็ต แต่อาจารย์บอกว่านี่ไม่ได้ค้นจากหนังสือเลยหรือ ซึ่งลืมไปว่าในอินเทอร์เน็ตทันสมัยกว่าหนังสือตั้งเยอะ ไปเรียกหาหนังสือเหมือนอยู่ในยุคจูราสิกปาร์ค" รศ.ดร.เสรี กล่าว

ด้าน นายเทพชัย กล่าวว่า ดิจิทัล คือสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางสังคม เสรีภาพในการแสดงออก ความเป็นประชาธิปไตย ถ้ามองเฉพาะในเมืองไทย คำว่า "ดิจิทัล" การสื่อสารในบ้านเราเปลี่ยนไปเยอะมาก ดิจิทัลได้กลายเป็นมีเดียในอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นระบบการสื่อสารที่ไม่ถูกจำกัดโดยเครื่องมืออีกต่อไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือทุกคนในสังคมมีสิทธิเป็นผู้สื่อสารได้

"อย่างกรณีที่น้องไลล่า ผมยังงงอยู่ทุกวันนี้ว่า เด็กอายุ 15 ขวบคนหนึ่ง สามารถทำให้สื่อมวลชนทั้งประเทศบ้าไปได้" นายเทพชัย กล่าว

"ดิจิทัล"ท้าทายคนทำสื่อ

บรรณาธิการอำนวยการเครือเนชั่น กล่าวอีกว่า การเป็นดิจิทัลทำให้คนเข้าถึงการสื่อสารอย่างที่ไม่เคยเข้าถึงมาก่อน นี่จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาก ซึ่งการรับรู้ข้อมูลข้าวสารในยุคนี้ต่างกับยุคก่อนที่จะมีดิจิทัล ถามว่าจะมีคนไทยสักกี่คนที่สนใจข่าวสารจริงๆ ย้อนกลับไปสักประมาณ 20 ปีที่แล้ว ตอนที่คอมพิวเตอร์เพิ่งจะเกิดขึ้นใหม่ๆ เว็บไซต์เพิ่งจะเกิดขึ้น สื่อกระแสหลักคือหนังสือพิมพ์กับทีวี แต่ทุกวันนี้เป็นคนละเรื่องกันเลย

ประเทศไทยมีประชากรแค่ประมาณ 60 ล้านคน แต่มีถือมากถึง 70-80 ล้านเครื่อง แสดงว่าบางคนต้องมีมากกว่า 1 เครื่องแน่ๆ ซึ่งหมายความว่าเรากำลังเห็นสังคมที่มีความตื่นตัวในเรื่องของความสนใจความเปลี่ยนแปลงในสังคมที่สูงมากขึ้น จึงเป็นความท้าทายของคนทำสื่อเป็นอย่างมากว่าจะสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร เพราะว่าคนในสมัยนี้ไม่ได้รับข่าวแต่เพียงด้านเดียวอีกต่อไป

"เสียงของเหตุผลมีอยู่ในอารมณ์ที่อยู่ในพื้นฐานของความไม่เข้าใจ ความอคติ ถ้าเราช่วยกัน อย่างเรื่องสัพเพเหระก็โพสต์กันต่อไปไม่มีใครว่า แต่พอมาถึงเรื่องของความเป็นความตายของบ้านเมือง ที่มีผลกระทบต่อสังคม ผมคิดว่าเราต้องการเสียงของเหตุผลอีกเยอะเลย เพื่อไปกลบเสียงอื้ออึง บ้าๆบอๆ ทั้งหลาย ปลุกให้เกลียดชังซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดสิ่งเลวร้ายขึ้นในสังคม ผมคิดว่าถ้าเสียงของเหตุผลมีมากขึ้น ก็จะทำให้ยุคดิจิทัลในประเทศไทยมีความหมาย มีประโยชน์ต่อสังคมจริงๆ" นายเทพชัย ระบุ

ขณะที่ รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า โลกของเศรษฐกิจใหม่มาถึงแล้ว หลายประเทศกำลังปรับตัว ซึ่งการเข้าสู่ยุคใหม่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ต้องมีการปรับตัว เพราะเมืองไทยเป็นประเทศขนาดกลาง กลางไปทุกอย่าง ทั้งรายได้ซึ่งน้อยกว่ามาเลเซียที่เป็นเพื่อนบ้านต่างกันครึ่งต่อครึ่ง ทำให้กลับไปพึ่งแรงงานราคาถูกไม่ได้แล้ว คนไทยเองก็ไม่ค่อยทำด้วยซ้ำ อีกแง่หนึ่งประเทศจะไม่สนใจโครงสร้างการศึกษาและการพัฒนาไม่ได้แล้ว การคมนาคมขนส่งต้องปรับปรุง การบริหารการเมืองแบบนี้ไม่ได้ ถ้าจะเปิดประเทศเข้าสู่เออีซีต้องปรับปรุงในหลายๆ ด้าน

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บทความก่อนหน้า

เลี้ยงลูกยุคเจนอัลฟ่า GEN ALPHA

บทความถัดไป

ดูทีวี เล่นแท็บเลต ต้นเหตุลูกพูดช้า